Company News

พัฒนา HR เชิงรุกบุกยุค Digital Workplace

ปัจจุบันนี้มีองค์กรจำนวนไม่น้อยที่นำระบบ digital มาใช้ในการทำงาน โดยการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน เช่น เก็บข้อมูลในระบบคลาวด์, ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ทำให้พนักงานไม่ต้องดึงข้อมูลในระบบ ทำงานที่ไหนก็จบงานได้เหมือนกัน ทำงานร่วมกันทุกแผนก จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับ HR ไม่ต้องประเมินการทำงานของพนักงานจากการบันทึกเวลาเข้าออก แต่เป็นการนำเอา data ที่เกิดขึ้นจากการทำงานบน digital workplace มาวิเคราะห์และนำข้อมูลมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร โดยเริ่มจากแนวทางต่อไปนี้

1. วางกลยุทธ์ HR เชิงรุก ปลูกต้นกล้าทักษะความรู้

โดยการเปลี่ยนบุคลากรให้มีความสามารถเชิงดิจิทัลมากขึ้น ด้วย 4 ขั้นตอน คือ • การพัฒนาการเรียนรู้เชิงดิจิทัล เพื่อให้พนักงานมีทักษะพื้นฐานในการนำเครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เข้าใจดิจิทัล > ใช้คล่องแคล่ว > รู้แนวทางงาน > เป็นสะพานเข้าถึงเครื่องมือ

2. การบริหารคนรุ่นดิจิทัล Gen Z

คนที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยียุคดิจิทัล พวกเขาถูกเรียกว่า “คนรุ่นดิจิทัล หรือ Digital Native” เพราะพวกเขาเข้าถึงข้อมูลแบบสุ่ม เรียนรู้จากการค้นหาข้อมูลจากระบบอินเตอร์เน็ตจนอาจขาดเป้าหมายและฐานความคิดในการไตร่ตรอง ทำให้บางครั้งพวกเขามักเบื่อง่ายและไม่ชอบการเรียนรู้แบบในห้องเรียน แต่กลับต้องการเรียนรู้ตามความสนใจและความสามารถของตนเอง พวกเขาให้ความสำคัญกับข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น รูป เสียง วิดีโอ เกมส์และสื่อสังคมออนไลน์ สามารถเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ได้ในหลายมิติ ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างรวดเร็วและสนุก เพราะตรงกับสิ่งที่ตนเองสนใจ

การบริหารทรัพยากรบุคคลสำหรับคนยุคดิจิทัล ต้องปรับเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของคนรุ่นดิจิทัล ซึ่งกำลังเริ่มเข้าสู่ระบบการจ้างงาน HR ควรมีการนำสื่อ Social Networking Instant-Massing (IM) และ Video-Streaming มาปรับใช้ เพื่อให้การแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ และแบ่งปันความคิดสามารถทำได้ง่ายในทุกเวลา รวมถึง HR ต้องเปิดใจยอมรับว่า การทำงานในปัจจุบันสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งที่บ้าน ร้านกาแฟ หรือสถานที่สาธารณะ โดยอาศัยเพียงเทคโนโลยีสารสนทศ ดังนั้น จากที่องค์กรเคยเน้นสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ต้องปรับเปลี่ยนเข้าสู่ Mode การทำงานแบบ “Weisure” คือ Work+Leisure เพื่อให้สอดรับกับพนักงานรุ่นใหม่ที่เป็นพวกดิจิทัล ซึ่งมีความต้องการทำงานไปพร้อมๆ กับท่องเที่ยวไปด้วย

3. สร้างความยืดหยุ่นกับเวลาและสถานที่ทำงาน

แก้ไขปรับปรุงรูปแบบการทำงานในยุคดิจิทัลให้สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ โดยจัดให้มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาและสถานที่ ใช้ระบบอัตโนมัติในงานประจำและงานวิเคราะห์เพิ่มขึ้น ทุกคนสามารถทำงานในเวลาใดก็ได้ จากสถานที่ใดก็ได้ ผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สาย เพราะคนรุ่นใหม่มีทัศนคติไม่ต้องการทำงานอยู่กับที่ใดที่หนึ่ง พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ฟรีแลนซ์เซอร์” ซึ่งการทำงานจะไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงาน สามารถจัดตารางเวลาการทำงานของตนเอง และทำงานพร้อมกันหลายที่ก็ได้ 

การบริหารคนกลุ่มนี้ องค์กรจะลดภาระเรื่องของตำแหน่งงาน การพัฒนาทักษะ สวัสดิการ รวมถึงข้อบังคับเกี่ยวกับเวลาทำงาน การลา และการหยุดพักผ่อนก็เป็นเรื่องไม่จำเป็นอีกต่อไป

4. สร้างความประทับใจให้กับพนักงาน

ทุกวันนี้องค์กรส่วนใหญ่ จะให้ความสำคัญกับลูกค้ามากกว่าพนักงาน เนื่องจากว่าลูกค้าเป็นผู้ก่อให้เกิดรายได้กับองค์กร จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด แน่นอนว่า การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานก็ให้ผลดีเช่นกัน เนื่องจากคนรุ่นใหม่จะมองหาสถานที่ทำงานที่ปฏิบัติกับตนเองเช่นเดียวกับลูกค้า องค์กรสมัยใหม่จึงเริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันผ่านการสร้างประสบการณ์ให้พนักงาน ซึ่งการขึ้นเงินเดือนประจำปี การพัฒนาฝึกอบรมและการให้สวัสดิการรักษาพยาบาลคงไม่เพียงพอสำหรับคนยุคดิจิทัลอีกต่อไป

พนักงานยุคดิจิทัลกลับจะจดจำและรับรู้ได้เป็นอย่างดี เมื่อประสบกับประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยสำคัญ เช่น วัฒนธรรมองค์กร การจัดการข้อมูลเชิงลึกเป็นรายบุคคล และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุน เพราะนอกจากจะสร้างความผูกพันต่อองค์กรแล้ว ยังทำให้พนักงานเต็มใจที่จะเค้นศักยภาพที่มีอยู่ เพื่อสร้างคุณภาพและคุณค่าของงาน ส่งต่อไปสู่ผลิตภัณฑ์และบริการ จนก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีต่อลูกค้าอีกทอดหนึ่ง 

เพื่อให้ HR มีความพร้อมและเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จึงควรวางแผนเชิงรุก เพื่อบุกตลาดยุคดิจิทัล เพราะไม่เพียงแต่มีผลกับความรวดเร็วและสะดวกต่อการทำงาน แต่ยังมีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์เป็นอย่างมาก ดังนั้น HR ควรให้ความสำคัญกับกระบวนการพัฒนาบุคลากรให้สามารถเรียนรู้ เข้าใจ ทำให้สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับพื้นฐานได้ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป รวมทั้งให้ความสำคัญที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการดึงดูดที่มีศักยภาพสูงให้ทำงานร่วมกับองค์กรได้