Company News

เลือกคนอย่างไรให้เหมาะสมกับงาน

จงอย่าปล่อยให้การเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท ทำให้ตำแหน่งงานว่างลงอย่างกะทันหันจนต้องเร่งรีบในการตัดสินใจจ้างงาน หรือในบางครั้ง พนักงานได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เข้ากับบทบาทที่เข้ากันไม่ได้ เพราะบริษัทประเมินทักษะและเป้าหมายพลาด ไม่สอดคล้องกับแผนโดยรวมของบริษัท ต้องกลายเป็นความผิดพลาดในการสรรหาบุคลากรเข้ามาร่วมงานกับคุณ ปัญหานี้สามารถป้องกันได้ หากคุณรู้จักเคล็ดลับดีๆ 3 ข้อนี้ ในการพิจารณาปรับเลื่อนตำแหน่งและคัดสรรบุคลากรใหม่ที่เหมาะสมเข้ามาร่วมงานกับคุณ

1. คัดเลือกผู้สมัครหรือผู้ถูกพิจารณาอย่างระมัดระวัง

บางครั้งการจ้างพนักงานใหม่เข้ามาทำงานกับบริษัทอาจล้มเหลวในการทำงาน เหตุผลอาจจะเนื่องมาจากพนักงานใหม่ที่คุณคัดเลือกเข้ามาไม่มีทักษะที่จำเป็นในการทำงาน ซึ่งความผิดพลาดนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงขององค์กรเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อคุณพิจารณารับพนักงานเข้ามาแล้ว จะทำให้บริษัทสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์

เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการจ้างงานที่ไม่ถูกต้อง การเขียน Job Description (JD) ไว้สำหรับตำแหน่งงานที่คุณกำลังพิจารณาอยู่อย่างละเอียดครอบคลุมและชัดเจนจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพิจารณาพนักงานที่จะรับใหม่ได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ รายละเอียดในใบสมัครที่เป็นคำถามเชิงพฤติกรรมตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบกระบวนความคิด ประสบการณ์ ทักษะเฉพาะด้านและคุณสมบัติอื่นๆ ของผู้สมัครงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมและความคิดความอ่านของผู้สมัครได้เช่นกัน

2. อย่าให้พนักงานขาดความก้าวหน้า

“การขาดโอกาสความก้าวหน้า” ในอาชีพก็ถือเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด คุณคงเคยได้ยินคำนี้กันบ่อยๆ “สมองไหล” พนักงานบางคนมีความสามารถรอบด้าน สามารถทำประโยชน์ให้กับองค์กรได้มากมาย แต่ด้วยพนักงานเหล่านั้นมองว่า ตำแหน่งหน้าที่การงานของตนขาดโอกาสความก้าวหน้า ดังนั้น เพื่อกำหนดคนที่ใช่ให้กับงานที่เหมาะสม องค์กรอาจต้องจัดทำแผนความก้าวหน้าในอาชีพสำหรับพนักงานคนนั้น ให้เขาสามารถมองเห็นบันไดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้

การสร้างความสัมพันธ์กับคนงานด้วยตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดอาจมีผลในเชิงบวก พนักงานเหล่านั้นให้ความสำคัญกับคุณค่าที่อยู่ในตำแหน่งที่พวกเขารู้สึกว่าสามารถทำได้ดีเยี่ยมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานที่ตนเองรับผิดชอบ

การเลือกคนที่ใช่ให้กับงานที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการจ้างงานและการจัดการพนักงานของคุณประสบความสำเร็จ ขอให้พิจารณาจากข้อเสนอแนะนี้

> จากการศึกษาวิจัยคนงานจาก 13 ประเทศ โดย Dale Carnegie Training รายงานว่าพนักงานร้อยละ 88 รู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้บังคับบัญชาต้องให้ความใส่ใจรับฟังข้อคิดเห็นของคนงาน 

> และจากการสำรวจของ Tower Watson พบว่าพนักงานรู้สึกว่ามีเพียงร้อยละ 33 ของผู้จัดการที่มีประสิทธิ

ภาพในการพูดคุยเรื่องการพัฒนาอาชีพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพจากผลการสำรวจและวิจัยข้างต้นจะเห็นว่าการเข้าใจเป้าหมายในการทำงานของคนงานเหล่านั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการรักษาคนงานที่มีประสิทธิภาพไว้กับองค์กร  ผู้จัดการต้องเข้าใจเป้าหมายของคนงานเหล่านี้ด้วย หากคุณไม่พยายามทำมันอย่างมีประสิทธิภาพ ในที่สุดคุณอาจพบเหตุการ “สมองไหล” ก็เป็นได้

3. อย่าลืมมุ่งเน้นหาผู้นำด้านการจัดการด้วย

หากองค์กรใดมีคนงานที่มีศักยภาพในการทำงานเพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถพัฒนาและเติบโตได้อย่างมั่นคง เปรียบเสมือนกับทีมฟุตบอลที่ผู้เล่นทุกคนมีทักษะเฉพาะตัวที่เก่งกาจ แต่หากขาดกัปตันทีมที่ดีในการควบคุมดูแลก็คงเป็นไปได้ยากที่ทีมฟุตบอลนั้นจะได้รับชัยชนะมาได้

บางองค์กรโชคดี ได้ผู้นำที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะมีทักษะความรู้ความสามารถที่เต็มเปี่ยม ทำให้ไม่ต้องเสียทรัพยากรในการอบรมและพัฒนาภาวะผู้นำ พัฒนาวิชาชีพ การแก้ไขข้อขัดแย้ง การหมุนเวียนสับเปลี่ยนของพนักงาน การจัดการเวลาและปัญหาอื่นๆ อีก 

แต่อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยของ Gallup พบว่า ภาวะผู้นำสามารถฝึกฝนได้ แต่อาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ในการทำงานของพวกเขาให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้ องค์กรต้องวิเคราะห์อย่างรอบคอบว่าเมื่อลงทุนด้านทรัพยากรไปแล้วนั้น ผลลัพธ์ที่ได้มาจะคุ้มค่าหรือไม่

การคัดสรรบุคคลากรให้เหมาะสมกับงานนั้นถือเป็นเรื่องยากและท้าทายความสามารถของทีม Recruitment และทีมบริหารก็จริงอยู่ แต่การได้คนที่มีประสิทธิภาพและรักษาไว้ให้ทำงานร่วมกับองค์กรไปได้ตลอดไปถือเป็นเรื่องที่ยากกว่า ดังนั้น ผู้บริหารจึงควรที่จะบริหารและดูแลบุคคลากรด้วยความใส่ใจเสมือนดูแลคนในครอบครัว เพื่อให้พนักงานเกิดความรักและมีความสุขกับงานที่พวกเขาทำ